ถึง เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้มาเห็นสิ่งที่เราเห็น
เราเก็บภาพที่เห็นด้วยตาและใจมาฝากเธอ
เบื้องหน้าเราขณะนี้ลมป่ากำลังพัดพลิ้วยอดไม้ใบหญ้าอุ้มไอความเย็นมาจากไหนก็ไม่รู้แสนฉ่ำชื่นเย็นสบาย แม้แดดยามใกล้เที่ยงจะจัดจ้า แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนแดดทุ่ง พวกเธอคงจะเข้าใจยากอยู่นะ เรื่องความแตกต่างระหว่างลมทุ่งกับลมป่าที่เราได้สัมผัสอยู่ขณะนี้ มันไม่มีรูปไม่มีตัวตนที่จะอธิบาย แต่เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้
สิบโมงเช้าฉันกับเพื่อนๆ ออกจากบ้านมาเจอกันที่สามแยกตามที่นัดหมายกันไว้ พอสมาชิกครบเราก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปรับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่อยู่คนละหมู่บ้าน และออกเดินทางมุ่งสู่เป้าหมายซึ่งห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กิโลเมตร หอมกลิ่นดินที่หมาดฝนให้ความรู้สึกลึกล้ำแก่เราเหมือนมีอวลไอชีวิตเริงร่าอยู่รอบ ๆ ตัว เสียงแมลงป่ากรีดปีกสลับกันเป็นระยะ ๆ พวกเรามาถึงที่กระท่อมกลางทุ่งจอดจักรยานเรียงราย และเจอเพื่อนหนึ่งคนซึ่งอยู่คนละกลุ่มและเขาก็กำลังรอพวกเพื่อนของเขาอยู่ ฉันและเพื่อนๆ ก็เขาไปทักทายสนทนาปราศรัยกันยกใหญ่
ครู่ใหญ่ก็มีเพื่อนหลายคนส่งเสียงดังจุดประทัดให้สัญญาณราวกับเป็นขบวนแห่ ฉันคนหนึ่งแหละที่ตกตลึง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมากันเยอะขนาดนี้ ฉันและเพื่อน 5 คน ไม่คิดว่าจะมาเจอพวกนี้เลย พวกเราและเพื่อนกลุ่มใหญ่นี้ถ้านับรวมกันแล้วก็ราว 13 คนได้ พวกนั้นเขาเตรียมห่อข้าว มีดไม้ และน้ำดื่ม พร้อมทุกอย่าง แต่กลุ่มฉันเราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากตัวกับหัวใจ ( อ่ะล้อเล่น เตรียมถุงมาใส่กล้าต้นไม้สิ ) เราตกลงกันว่าจะเดินขึ้นเขากับพวกนี้ เพราะเขาชำนาญเส้นทางและเก่งในเรื่องพวกนี้มาก และต่อจากนั้นเราก็เดินขึ้นเขาไปตามน้ำตกทีละชั้น
ทั่วทั้งแนวเนินหินและดินดอนมีหน่อหญ้าอ่อน กล้วยไม้ดิน และดอกไม้บางชนิดผลิดอกลานตา เสียดายที่หลายชนิดเราไม่รู้จักชื่อ แก่พอจำได้บ้างก็มี กระเจียว เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย สายน้ำผึ้ง และดอกหญ้าบัว อยากให้เพื่อน ๆ มาเห็นจริง ๆ นะว่างามแค่ไหน ระหว่างทางมีการแย่งกันเก็บดอกไม้ สนุกสนานเฮฮากันใหญ่ มีการพูดคุย หยอกล้อ แล้งกันไปมา ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข ดวงตะวันกำลังทำหน้าที่บอกเวลาเที่ยงตรงฉันและเพื่อน ๆ ร้องเรียกกันโหวกเหวกว่ากินข้าวกลางวันได้แล้ว แต่ฉันไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยนี่นา ถึงมันจะเป็นอุปสรรคแต่ไม่ใช่ปัญหา
>>โปรดติดตามตอนต่อไป
ชื่อไรอ่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักน่ะ
....